รีวิวนักเรียนของเรา

รีวิวนักเรียนของเรา

Photograph, Black, Eyewear, Black-and-white, Monochrome photography, Monochrome, Photography, Fashion, Glasses, Film noir, Vision care, Darkness, Smile, Black M

ณภัค (นะ)

Course: PhD (Music Therapy)
Institute: University of Melbourne

ทำไมถึงเลือกไปเรียนต่อที่ประเทศออสเตรเลียแทนที่จะเรียนต่อที่เมืองไทย

สำหรับทั่วโลก วิชาชีพดนตรีบำบัดยังถือเป็นวิชาชีพที่ใหม่ และกำลังอยู่ในช่วงที่กำลังเติบโต ไม่เหมือนวิชาชีพอื่น ๆ ที่ก่อตั้งมายาวนาน อย่างแพทย์ พยาบาล นักจิตวิทยา นักกายภาพบำบัด ครู วิศวกร ฯลฯ ดังนั้นจึงมีเพียงไม่กี่ประเทศที่วิชาชีพดนตรีบำบัด Mature เต็มที่ถึงขั้นมีการเรียนการสอนระดับปริญญาเอก ซึ่งออสเตรเลียเป็นหนึ่งในนั้น โดยดนตรีบำบัดที่ออสเตรเลียได้อยู่ในฐานะวิชาชีพมากว่า 50 ปีแล้ว มีสมาคมในการรับรองนักดนตรีบำบัดวิชาชีพ และได้รับการรับรองโดยรัฐบาล ถึงขั้นที่ว่าประชาชนสามารถได้รับสวัสดิการจากรัฐบาลในการรับบริการดนตรีบำบัด จึงเป็นเหตุผลที่ผมเลือกไปที่ออสเตรเลียครับ

อย่างไรก็ตาม อีกไม่นานเราก็คงได้เห็นวิชาชีพดนตรีบำบัดในประเทศไทย Mature ในเร็ววันนี้ เนื่องจากเรามีทีมนักดนตรีบำบัดไทยที่ Qualified จบการศึกษาและได้รับการรับรองจากสมาคมวิชาชีพในต่างประเทศเพิ่มขึ้นและมีความหลากหลายขึ้น เริ่มมีสถาบันการศึกษาในไทยที่เปิดหลักสูตรดนตรีบำบัด และล่าสุดผมได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาหลักสูตรดนตรีบำบัดให้เกิดขึ้นที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งจะเป็นหลักสูตรนานาชาติที่มีการเรียนการสอนดนตรีบำบัดแบบครบวงจร ครบทุกแนวทาง อีกไม่นานเราจะได้เห็นเมืองไทยกลายเป็น Hub ของวิชาชีพและการศึกษาด้านดนตรีบำบัดที่รวมองค์ความรู้ดนตรีบำบัดหลายแนวทางจากทั่วโลกไว้ในที่เดียวเหมือนกับออสเตรเลีย

ทำไมถึงเลือกเรียนหลักสูตรนี้

หลักสูตร PhD (Music Therapy) ที่ University of Melbourne เป็นตัวเลือกแรกและตัวเลือกเดียวของผม เนื่องจากเป็นหลักสูตรที่ตอบโจทย์ทั้งในแง่หัวข้อวิจัยที่สนใจและแนวทางการทำงาน โดยผมจะสนใจในเกี่ยวกับดนตรีบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ โดยใช้แนวทางของเวชศาสตร์ฟื้นฟู และประสาทวิทยาศาสตร์ของดนตรี ซึ่งอาจารย์ที่เชี่ยวชาญระดับท็อปของโลกด้านนี้ ก็เป็นทีม Supervisors ในหลักสูตรนี้นี่เอง

นอกจากนี้ คณาจารย์และนักวิจัยในหลักสูตรยังมีชื่อเสียงด้านนวัตกรรม (Innovation) และแนวทางใหม่ ๆ (Novel Approach) ที่ผนวกองค์ความรู้หลากหลาย มีผลงานตีพิมพ์มากมายเกี่ยวกับการประยุกต์ Telehealth และ Virtual Reality ในดนตรีบำบัด ซึ่งเข้ากับแนวทางการทำงานของผมที่ได้ทำงานเกี่ยวกับนวัตกรรมและหาแนวทางใหม่ในดนตรีบำบัด เช่น การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence), Telehealth, และ Pre-recorded Interventions อย่าง Podcasts เป็นต้น

มหาวิทยาลัยมีจุดเด่นอะไรที่ทำให้ตัดสินใจเลือกเรียนต่อที่นี่

สภาพแวดล้อมและทรัพยากรเกื้อหนุนให้ผลิตงานวิจัยด้านดนตรีบำบัดที่มีคุณภาพออกมาได้ครับ และได้เชื่อมโยงกับชุมชนดนตรีบำบัดของโลก เพราะเป็นสถาบันที่เครือข่ายกว้างขวางมาก เป็นตัวตั้งตัวตีในการจัด Conference ทางดนตรีบำบัด ดังนั้นนอกจากคณาจารย์ประจำแล้ว ยังมีคณาจารย์จากทั่วทุกมุมโลกแวะเวียนกันมาสอนไม่ขาดสาย พูดง่าย ๆ ก็คือ เป็น Hub ของโลก ด้านดนตรีบำบัด ซึ่งสอดรับกับปรัชญา Eclectic Approach ในการฝึกนักดนตรีบำบัดของสถาบันนี้นี่เอง

แล้วก็มีบรรยากาศที่ส่งเสริมความก้าวหน้าทางวิชาการ ทั้งแง่ผู้คน สถานที่ และวัฒนธรรม อยู่แล้วได้ Immerse กับองค์ความรู้ โดยเฉพาะสถานที่นี่เป็นใจแก่การออกมานั่งอ่านหนังสือใต้ต้นริมสนามหญ้ามาก ๆ พื้นที่กว้าง สบายตา ตึกสวย อยู่ได้เรื่อย ๆ ทั้งวัน เพราะอากาศไม่ร้อน ช่วงไหนร้อนก็กลับไทย (ฮา)

รู้จัก Insight จากไหน แล้วทีมงานช่วยคุณไปเรียนต่อออสเตรเลียยังไงบ้าง

เพื่อนที่เรียนอยู่แนะนำประกอบกับได้ไปงานแนะแนวของ Insight ครับ ทีมงานเรียกว่าช่วยดำเนินการให้รอบด้านมาก ทางเรามีหน้าที่เตรียม Requirements ต่าง ๆ ให้เรียบร้อย และสอบ ที่เหลือที่เป็นการดำเนินงานที่ Time Consuming ทั้งหลาย ตลอดจนจองที่พัก ขอวีซ่า ทีมงานอำนวยความสะดวกให้หมดเลย

สิ่งที่ประทับใจที่สุดเวลาดำเนินการเรื่องต่าง ๆ คือ “ความใส่ใจ” ของทีมงาน เราสามารถติดต่อได้เสมอ เวลามีเรื่อง Concern ใด ๆ ก็สามารถช่วยเหลือเราได้เสมอ และเมื่อมีความใส่ใจ สิ่งที่ตามมาคือ “ความสบายใจ” ที่เกิดขึ้นตลอดกระบวนการสมัครเข้าศึกษาต่อ ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากครับ